ตามนโยบายของรัฐบาล กำหนดให้ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 2 (สุวรรณภูมิ) เป็นท่าอากาศยานหลัก โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ. 2547 และจะเริ่มเปิดดำเนินการในกลางปี พ.ศ. 2548 จากนโยบายดังกล่าวคาดว่า การเริ่มดำเนินการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะเริ่มในปีที่ 5 ของแผนวิสาหกิจฉบับนี้ ดังนั้น บริษัทฯ จึงจำเป็นที่จะต้องวางแผนการลงทุนล่วงหน้าเพื่อรองรับธุรกิจการบินของบริษัทฯ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี บริษัทฯ ได้ประมาณการลงทุนเบื้องต้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานจากการให้บริการแก่ธุรกิจการบินของบริษัทฯเอง และสายการบินลูกค้าของบริษัทฯ ที่มีในอยู่ปัจจุบันนี้ โดยการลงทุนก่อสร้างอาคาร ทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยาน ให้สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างน้อย 20 ปี รวมทั้งการลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ให้สามารถรองรับได้อย่างน้อย 10 ปี โดยพยายามครอบคลุมการลงทุนให้ครบทุกหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้ดำเนินงานในท่าอากาศยานแห่งใหม่ เนื่องจากบริษัทฯ เป็นสายการบินแห่งชาติและเป็นผู้ใช้พื้นที่ในท่าอากาศยานรายใหญ่ที่สุด
     สำหรับการลงทุน โดยประมาณการเบื้องต้นของบริษัทฯ ได้แบ่งการลงทุน โดยครอบคลุมพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร ของท่าอากาศยาน และพื้นที่ภายนอกอาคารผู้โดยสาร แต่อยู่ในพื้นที่ท่าอากาศยาน

a-apground1.jpg (19143 bytes)1. การลงทุนในพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร
การลงทุนในส่วนนี้ เป็นการลงทุนในการจัดทำสำนักงาน ภายในอาคารผู้โดยสาร สำหรับการบริการผู้โดยสารในส่วนของบริษัทฯ และลูกค้าสายการบินอื่นๆ รวมทั้งในกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนจัดเตรียมพื้นที่ ในการจัดทำภัตตาคาร โดยงบลงทุนหลัก จะเป็นการปรับปรุงและตกแต่งภายใน และการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์สำนักงาน โดยมีหน่วยงาน ทางด้านการให้บริการผู้โดยสาร สำนักงานขายบัตรโดยสาร แคชเชียร์ และบริการสำนักงานอื่นๆ ที่จำเป็น

2. การลงทุนในพื้นที่ภายนอกอาคารผู้โดยสาร ภายในบริเวณท่าอากาศยาน การลงทุนในส่วนนี้ บริษัทฯ จะทำการเช่าพื้นที่ว่างเปล่า ภายในท่าอากาศยาน โดยทำการลงทุน ก่อสร้างอาคารต่างๆ และจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เอง เพื่อใช้ดำเนินงานต่างๆ ในธุรกิจของบริษัทฯ ประกอบด้วย

          อาคารโภชนาการ (Catering) เป็นการลงทุนเพื่อรองรับการผลิตอาหาร การให้บริการด้านอาหาร แก่สายการบินทั้งของบริษัทฯ และลูกค้า ทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศและในประเทศ โดยเป็นอาคารการผลิตอาหาร และปฏิบัติการ คลังสินค้าทัณฑ์บน รวมทั้งสำนักงานของครัวในประเทศ

a-bay.jpg (14523 bytes)          อาคารการบริการภาคพื้นและลานจอด (Ground Support Maintenance) เป็นการลงทุนในส่วนของสำนักงานภาคพื้นดิน การซ่อมบำรุงและรักษาอุปกรณ์ภาคพื้นดิน และการให้บริการลานจอด

          ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอาคารฝ่ายช่าง (Technical Handling) โดยเป็นการลงทุนก่อสร้างโรงซ่อมอากาศยาน (Hangar) ในการซ่อมบำรุงขนาดเบา Store Landside Facilities และ Apron Facilities เพื่อรองรับการตรวจเช็คเครื่องบิน ที่บินเข้าออกจากท่าอากาศยาน ทั้งเครื่องบินของบริษัทฯ และลูกค้า

          อาคารคลังสินค้า (Cargo Handling) เป็นการลงทุนในส่วนของคลังสินค้า และการให้บริการลูกค้าของบริษัทฯ ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน คลังสินค้า รวมทั้ง Terminal Handling Area เป็นต้น

          อาคารศูนย์ปฎิบัติการ (Operation Center) เป็นการลงทุนในส่วนของสำนักงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการปฎิบัติการบิน อาทิ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมการปฎิบิติการ ฯลฯ รวมทั้งพนักงานฝ่ายบริการภาคพื้น และฝ่ายอื่น ที่เกี่ยวข้อง

           ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2545 ได้มีมติอนุมัติงบลงทุนในโครงการลงทุนของบริษัทฯ ณ ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 (สุวรรณภูมิ) เป็นเงิน 13,735.51 ล้านบาท สำหรับโครงการลงทุน อันประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ การพาณิชย์สินค้าและไปรณีย์ภัณฑ์ ครัวการบิน การบริการลานจอดและบริการภาคพื้น ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน การบริการลูกค้า และศูนย์ปฎิบัติการ และคณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการดังกล่าว ดำเนินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนี้
1.รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจ
2. รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ
3. รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินและการบัญชี
4. ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวางแผนและรัฐกิจสัมพันธ์
5. กรรมการผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงอากาศยาน
6. กรรมการผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์
7. กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า
8. กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลานจอด และอุปกรณ์ภาคพื้น
9. กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน
ประธาน
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ

            ในการดำเนินงานในโครงการนี้บริษัทฯ ได้ประสานงานกับบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถให้บริการได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อวันเปิดท่าอากาศยาน

 Back to Index