เดือนสิงหาคม พ.ศ.2502 บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) เข้าร่วมทุน กับสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ ซิสเต็ม (เอสเอเอส) เพื่อก่อตั้งสายการบิน ที่ทำการบินสู่ต่างประเทศ ในชื่อของ บริษัท การบินไทย จำกัด โดยการร่วมทุนครั้งนี้ รัฐบาลไทยในนามบริษัทเดินอากาศไทยถือหุ้นร้อยละ 70 สายการบินสแกนดิเนเวียน ถือหุ้นร้อยละ 30 บริษัท การบินไทย จำกัด เมื่อเริ่มก่อตั้งมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 2 ล้านบาท
2503 ในวันที่ 1 พฤษภาคม เครื่องบินใบพัดดักกลาส ดีซี 6 บี พร้อมผู้โดยสารเต็มลำจำนวน 60 คน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพ ไปสู่เมือง ฮ่องกง ไทเป และโตเกียว นับเป็นเที่ยวบินแรกของการบินไทย ซึ่งภายในปีแรกของการบินไทย ได้ทำการบินเชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับ 11 จุดบิน ในทวีปเอเชีย โดยใช้ฝูงบิน ดีซี 6 บี จำนวน 3 ลำ 2504 ในปีนี้การบินไทยให้บริการผู้โดยสารมากกว่า 83,000 คน และได้สร้างเอกลักษณ์ของบริการเอื้องหลวง โดยผสมผสานความเป็นไทยในการบริการบนเครื่อง จากการต้อนรับอันนุ่มนวลเปี่ยมด้วยน้ำใจ และอัธยาศัยไมตรีแบบคนไทยของพนักงานต้อนรับ และการให้บริการที่เพียบพร้อมนี้ ไม่นานนักสัญลักษณ์ ตุ๊กตารำไทยของการบินไทย และชุดไทยเรือนต้นของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งออกแบบตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทย โดยหม่อมเจ้า ไกรสิงห์ วุฒิไชย ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง 2505 เครื่องบินไอพ่น คอนแวร์ 990 โคโรนาโด ขนาด 99 ที่นั่งลำแรก ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะเร็วที่สุดในขณะนั้นเข้าประจำการ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของเครื่องบินลำนี้ และในปีเดียวกัน การบินไทย ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท 2506 การบินไทยร่วมกับสายการบินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ทำการบินในเส้นทาง จากกรุงเทพฯ สู่ฮ่องกง กัลกัตตา และสิงคโปร์ เพื่อให้บริการผู้โดยสารด้วยจำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้น และมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น สำนักงานใหญ่ ของการบินไทยในขณะนั้น เป็นอาคาร 3 ชั้น บนถนนเจริญกรุง และมีพนักงานกว่า 600 คน
2507 การบินไทยขยายฝูงบินอีกครั้ง โดยเพิ่มเครื่องบินไอพ่น คาราแวล เอสอี 210 ขนาด 72 ที่นั่ง ซึ่งผลิตจากประเทศฝรั่งเศส และมีความล้ำสมัยอย่างยิ่ง ในเวลานั้น ปีเดียวกันนี้ การบินไทยก้าวหน้าไปเรื่อยๆ โดยให้บริการผู้โดยสารถึง 100,000 คน และเปิดเที่ยวบินใหม่สู่โอซาก้า
2508 การบินไทยเริ่มมีกำไร จากผลการดำเนินงานเป็นปีแรก เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3.9 ล้านบาท และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การบินไทยยังคงมีกำไรต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งถึงปัจจุบัน 2509 การบินไทย เป็นสายการบินแรกในทวีปเอเชีย ที่ใช้เครื่องบินไอพ่นทั้งฝูงบิน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินคาราแวล เอสอี 210 จำนวน 5 ลำ มาให้บริการกับผู้โดยสาร และเริ่มรับนักบินคนไทย เข้ามาปฏิบัติการบินมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่นักบินต่างชาติ จากสายการบิน เอสเอเอส เป็นส่วนใหญ่ 2510 ในปีนี้การบินไทยให้บริการแก่ผู้โดยสารถึง 1 ล้านคน และได้เริ่มการบุกเบิก เส้นทางบินสู่บาหลี ซึ่งนับว่าประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม โดยได้เปิดประตูเมืองบาหลี สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นครั้งแรก ความสำเร็จดังกล่าว ทำให้การบินไทย ได้รับการยอมรับว่าเป็นสายการบิน ที่ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และยังช่วยพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว ในภูมิภาคนี้ด้วย 2511
จากความสำเร็จของการบุกเบิกเที่ยวบินสู่บาหลี การบินไทยได้ริเริ่มเที่ยวบิน สู่เมืองกาฐมาณฑุ และประสบความสำเร็จอีกครั้ง ในการส่งเสริมเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในทวีปเอเชีย และในปีนี้ ได้เพิ่มเส้นทางบินไปยังกรุงโซล และกรุงเดลลี อีกด้วย2512 การบินไทยประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ สามารถให้บริการ โดยใช้ฝูงบินไอพ่นทั้งหมด อีกทั้งยังได้ทำการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และการท่องเที่ยวสู่สายตาชาวโลก และมีเส้นทางบินครอบคลุมเมืองสำคัญๆ ในเอเชียมากกว่าสายการบินอื่นๆ
2513 บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด และสายการบินสแกนดิเนเวียน ซึ่งได้ร่วมทุนก่อตั้งการบินไทยมาครบ 10 ปี ได้ดำเนินการต่อสัญญาความร่วมมือระหว่างกันออกไปอีก 7 ปี ในปีนี้การบินไทยได้นำเครื่องบิน ดีซี 9-41 และ ดีซี 8-33 ที่มีสมรรถนะดี และประหยัดยิ่งขึ้นมาให้บริการ นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มรายการ "รอยัลออร์คิด ฮอลิเดย์" ซึ่งเป็นรายการท่องเที่ยวพิเศษที่จัดขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกรายการท่องเที่ยว และวันเดินทางได้ตามความต้องการแต่ในราคาประหยัด เช่นเดียวกับการเดินทางเป็นหมู่คณะ
2514 การบินไทยเริ่มทำการบินข้ามทวีปเป็นครั้งแรก เชื่อมโยง กรุงเทพฯ - สิงคโปร์ - ซิดนีย์ และเปิดอาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ ซึ่งในปีแรกให้บริการสินค้าเข้า-ออก ได้ถึง 2,000 ตัน 2515 การบินไทยเปิดเส้นทางบินข้ามทวีปเส้นทางที่ 2 จากเอเชียสู่ยุโรป สู่เมืองโคเปนเฮเกน และได้ติดตั้งเครื่องฝึกบินจำลองแบบ ดีซี 8-33 เครื่องแรกที่มีระบบควบคุมอัตโนมัติในศูนย์ฝึก อบรมนักบินแห่งใหม่ของการบินไทย นับเป็นแห่งแรกของประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดบริการอาหาร เครื่องดื่ม และภัตตาคารในท่าอากาศยานกรุงเทพ ซึ่งได้รับความนิยมมาก 2516 การบินไทยรุกส่งเสริมศักยภาพกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค และเป็นประตูสำคัญเชื่อมทวีปเอเชียสู่ยุโรป โดยเปิดจุดบินใหม่อีก 2 จุด คือ แฟรงก์เฟิร์ต และลอนดอน และยังไม่เปิดดำเนินกิจการร้านค้าปลอดภาษีที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ 2517 การบินไทยเปิดจุดบินใหม่สู่กรุงโรม และเริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสำรองที่นั่ง ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ในปีนี้การบินไทย มีพนักงานทั้งในและต่างประเทศ จำนวนกว่า 3,000 คน ซึ่งทำให้การบินไทย เป็นหน่วยงานใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสมัยนั้น
2518 การบินไทยได้เปลี่ยนสัญลักษณ์ใหม่ จาก ตุ๊กตารำไทย เป็นรูปแบบสากลยิ่งขึ้น โดยการออกแบบของบริษัท วอลเตอร์ แลนเดอร์ แอน เอสโสซิเอส ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยใช้สีม่วง สีชมพู และสีทอง ที่งามสง่าอันแสดงถึงความงามของธรรมชาติ และอารยธรรมไทย เป็นที่ชื่นชมกล่าวขานกันทั่วโลกในเวลาต่อมา
2519 จากการเปิดบินสู่อัมสเตอร์ดัม ปารีส และเอเธนส์ ในปีที่ผ่านมา ทำให้เส้นทางบินของการบินไทย สู่ทวีปยุโรปขยายอย่างรวดเร็ว และยังเป็นที่นิยมของผู้ใช้บริการเป็นอันมาก ผู้โดยสารจากยุโรปมักจะแวะพัก และท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย หรือเมืองอื่นๆ ในเอเชีย 2520 นับเป็นก้าวสำคัญยิ่งของชาวไทย ที่การบินไทย มีสถานภาพเป็นสายการบินของคนไทย และบริหารโดยคนไทยอย่างสมบูรณ์ โดยรัฐบาลไทยซื้อหุ้นคืนจากสายการบิน เอสเอเอส หลังจากที่ได้ร่วมทุน และร่วมดำเนินการประสบผลสำเร็จมานานถึง 17 ปี ปีนี้การบินไทยมีเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุม 3 ทวีป พร้อมด้วยพนักงานที่มีประสบการณ์สูง และฝูงบินที่ทันสมัยพร้อมที่จะสร้างชื่อเสียงให้ขจรไกลไปทั่วโลก 2521การเดินทางทางอากาศได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในหมู่คนไทยและทั่วโลก การบินไทยได้รับมอบเครื่องบินลำตัวกว้าง แบบแอร์บัส เอ 300 - บี4 จำนวน 223 ที่นั่ง เข้ามาประจำการในฝูงบินเพิ่มขึ้นจากแบบ ดีซี 10-30 เพื่อให้บริการในเส้นทางบินระยะไกล รวมทั้งเพิ่มความจุของที่นั่ง และขนส่งสินค้าได้ปริมาณมากขึ้น
2522 การบินไทยเปิดสำนักงานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บน ถนนวิภาวดีรังสิต ในเนื้อที่ 26 ไร่ นับเป็นการรวมหน่วยงานสำคัญๆ ทั้งหลายเป็นครั้งแรก และในปีเดียวกันนี้การบินไทยได้พัฒนาเส้นทางบินสู่ทวีปยุโรป ให้สามารถบินตรงไปสู่จุดบินต่างๆ โดยไม่หยุดพัก โดยใช้เครื่องบินแบบ โบอิ้ง 747-200 ความจุ 371 ที่นั่ง ซึ่งจัดซื้อมาจำนวน 2 ลำ นอกจากนั้นยังได้ซื้อเครื่องบินใหม่แบบแอร์บัส เอ 300 จำนวน 4 ลำ มาใช้บินในภูมิภาคเอเชีย
2523 ด้วยฝูงบินแบบโบอิ้ง 747-200 หรือ จัมโบ้ การบินไทยมีศักยภาพที่จะขยายเส้นทางบินสู่ทวีปอเมริกาเหนือ โดยการบินเข้ามหาสมุทรแปซิฟิกสู่นครลอสแองเจลิส ซึ่งเป็นจุดบินแรกของการบินไทยสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น การบินไทยยังได้เพิ่มจุดบินสู่ตะวันออกกลาง 2524 นับได้ว่าการบินไทยเป็นสายการบินแรก ที่ได้บุกเบิกเส้นทางบินเชื่อม ทวีปอเมริกาเหนือ ในเส้นทาง กรุงเทพฯ - นครซีแอตเทิล เป็นครั้งแรก และยังขยายเส้นทางบินไปสู่เมืองกวางเจา ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปีนี้การบินไทยยังได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,100 ล้านบาท
2525 ธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยต่างประสบภาวะวิกฤตจากการลดค่าเงินบาท แต่การบินไทยสามารถผ่านพ้นภาวะวิกฤตดังกล่าวด้วยดี และยังมีผลกำไรก่อนหักภาษีในปีงบประมาณ 2524/2525 ถึง 26.3 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลจากการบริหารงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปรับฝูงบินและแผนการดำเนินงาน รวมทั้งใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับสายการบินอื่นๆ ในเส้นทางบินสำคัญๆ
2526 การบินไทยริเริ่มบริการชั้นธุรกิจ Royal Executive Class เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักธุรกิจ ที่เดินทางกับการบินไทยมากขึ้น เช่น มีการแบ่งห้องโดยสารเป็นสัดส่วน ใช้เก้าอี้ที่ใหญ่ขึ้น มีที่สำหรับวางแขนมากขึ้น และมีบริการห้องรับรองพิเศษก่อนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษที่การบินไทยมอบให้ นอกจากนั้นการบินไทย ยังได้ร่วมลงทุนในบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (BAFS) โรงแรมรอยัล ออร์คิด และโรงแรมแอร์พอร์ตด้วย 2527 การบินไทยร่วมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดใหญ่ๆ ของประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้ให้บริการในเส้นทางบินสู่ฮ่องกง โดยแวะผ่านเชียงใหม่ ในปีนี้ การบินไทยได้เพิ่มเส้นทางบินภายในประเทศอีก 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ-ภูเก็ต-สิงคโปร์ 2528 การบินไทยเปิดศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งใหม่ บริเวณท่าอากาศยานกรุงเทพ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการซ่อมบำรุง เครื่องบินลำตัวกว้างของการบินไทย ให้สามารถดำเนินการในประเทศไทย ศูนย์ซ่อมแห่งนี้ภายหลังได้มีการขยายใหญ่ขึ้น สามารถทำการซ่อมบำรุงเครื่องบินลำตัวกว้าง เช่น โบอิ้ง 747 และเครื่องบินขนาดเล็กอีก 1 ลำ ได้พร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังได้เปิดอาคารคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ มีพื้นที่ถึง 43,000 ตารางเมตร ซึ่งสามารถรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของการบินไทย และอีก 28 สายการบิน 2529 การบินไทยเปิดบินสู่เมืองสตอกโฮล์ม และรุกขยายเส้นทางบินไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น และยังได้เปิดสาขาภัตตาคารการบินไทยแห่งแรกขึ้น ที่อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของสนามบินแห่งนี้ ในฐานะท่าอากาศยานนานาชาติ 2530 การบินไทยร่วมรณรงค์ส่งเสริมปีท่องเที่ยวไทย ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งด้านการเผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทย สู่สายตาชาวโลก และการนำนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ การบินไทยยังได้ให้บริการผู้โดยสาร ที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และต่างประเทศหลังใหม่ เป็นสัดส่วนร้อยละ 80 ของการให้บริการทั้งหมดที่อาคารสองแห่งนี้ นอกจากนี้ยังได้เปิดบินใหม่สู่เมืองโอกแลนด์ และ เมืองแมดริดด้วย
2531 รัฐบาลดำเนินการรวม บริษัท การบินไทย จำกัด และ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ให้เป็นบริษัทเดียวกัน ทำให้การบินไทยเป็นสายการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วข้ามคืนมีเครื่องบินเพิ่มขึ้น โดยรับมอบจาก บดท. จำนวน 11 ลำ รับผิดชอบการบินทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการเสริมศักยภาพ และความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในปีนี้ การบินไทยมีฝูงบินรวม 41 ลำ ทำการบินไปยังต่างประเทศ 48 จุดบินใน 35 ประเทศทั่วโลก และภายในประเทศอีก 23 จุดบิน 2532 การบินไทยร่วมสนับสนุนปี ศิลปะและหัตถกรรมไทย ด้วยการจัดรายการบัตรโดยสารราคาพิเศษ ที่มีชื่อว่า Discover Thailand ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ประเทศไทย อีกทั้งได้พัฒนารายการท่องเที่ยว ทัวร์เอื้องหลวง ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ในปีเดียวกันนี้ได้เปิดครัวการบินไทยแห่งใหม่ ซึ่งเป็นครัวที่ทันสมัย และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย มีกำลังผลิตอาหารมากกว่า 20,000 ที่ต่อวัน 2533 ปีงบประมาณ 2532/33 นี้ เป็นปีที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการมาครบ 30 ปี และมีกำไรก่อนหักภาษี 6,753.6 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงเป็นอันดับสองของผลกำไรแต่ละปีที่ผ่านมา รวมทั้งมียอดขนส่งผู้โดยสารสูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวนถึง 8.3 ล้านคน นอกจากนั้น ยังได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ลำแรก ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน 2534 การบินไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ในระบบสำรองที่นั่งแบบเบ็ดเสร็จอะมาดิอุส (AMADEUS) ซึ่งมีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมทั่วโลกเชื่อมโยงกับ 98 สายการบิน รวมทั้งตัวแทนการท่องเที่ยวทั่วโลกอีกกว่า 47,500 ราย
2535 ปีนี้การบินไทยได้เริ่มดำเนินการแปรรูป โดยนำหุ้นเข้าจำหน่ายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 100 ล้านหุ้น นับเป็นการจำหน่ายหุ้นที่มีจำนวนมากที่สุด เท่าที่เคยมีมาในประเทศ สามารถระดมทุนได้ถึง 14,000 ล้านบาท จากนักลงทุนกว่า 256,000 ราย
2536 ในปีนี้ การบินไทยให้บริการผู้โดยสารมากกว่า 10 ล้านคน และประสบความสำเร็จในการเปิดรับสมาชิกในรายการสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส ซึ่งภายในปีแรก มีผู้สมัครเป็น สมาชิกกว่า 200,000 คน จาก 115 ประเทศ
2537 การบินไทยได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และได้เปิดจุดบินใหม่ 3 แห่ง สู่เมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองละฮอร์ และจังหวัดนครพนม
2538 การบินไทยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจากต่างประเทศ ร่วมดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของบริษัทฯ ใน 3 ด้าน คือ ด้านปฎิบัติการ ด้านบริการลูกค้า และด้านการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมกันนั้นได้มีการประกาศวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ขึ้นใหม่ คือ The First Choice Carrier. Smooth as Silk. First Time. Every Time. เพื่อสร้างสรรค์แนวทางและเป้าหมายร่วมกัน 2539 เครื่องบินโบอิ้งแบบ 777-200 ลำแรกของการบินไทยและของโลก ที่ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์โรสรอยซ์ เทรน 800 เข้าประจำการ เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบิน 2 เครื่องยนต์ ความจุ 358 ที่นั่ง มีห้องผู้โดยสารที่สูงและกว้างขวางที่สุด ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ได้เสด็จเยี่ยมชมฝ่ายช่างการบินไทยด้วย อีกทั้งในปีนี้การบินไทยได้เปิดบริการข้อมูล ทางอินเทอร์เนตแก่สาธารณะชน ผ่านโฮมเพจของการบินไทย คือ www.thaiairways.com
2540 การบินไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรทางการบิน สตาร์ อัลไลแอนซ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก การรวมกลุ่มในครั้งนี้เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่ง และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจการบิน ทำให้การบินไทยสามารถให้บริการผู้โดยสาร และเสนอจุดบินได้มากขึ้น ในปีนี้การบินไทยยังได้เป็นสายการบิน และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร
2541 มาตรการลดค่าเงินบาท ทำให้มีการท่องเที่ยว มายังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นในปีท่องเที่ยว อะเมซิ่งไทยแลนด์ นี้ การบินไทยได้จัดกิจกรรมต่างๆ มากมายอย่างที่เคยปฎิบัติมา ขบวนรถบุปผชาติของการบินไทยภายใต้แนวคิด อะเมซิ่งไทยแลนด์ ในงาน โรสพาเหรด ที่เมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เป็นหนึ่งในรางวัลชนะเลิศ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยไปทั่วโลก 2542 การบินไทยร่วมกับปวงชนชาวไทยเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยประดับตราสัญลักษณ์ ของวโรกาสนี้ บนเครื่องบินทุกลำ และลงลายภาพเรือพระที่นั่ง สุพรรณหงส์ บนเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงให้ทั่วโลก ได้ประจักษ์ถึงความภาคภูมิใจ และความจงรักภักดีของคนไทย ที่มีต่อพระมหากษัตริย์ไทย 2543 การบินไทยครบรอบ 40 ปี ในการดำเนินกิจการ และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม การบินไทยจะก้าวต่อไปสู่สหัสวรรษใหม่ อย่างมั่นคงด้วยประสบการณ์ และจะทำการบุกเบิกพัฒนาสร้างสรรค์บริการ และเส้นทางบินใหม่ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งให้บริการที่สะดวกสบายด้วยเครื่องบินที่ทันสมัย มีมาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้การบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ ที่ให้บริการเป็นที่ประทับใจ และเป็นที่นิยมชื่นชอบของผู้ใช้บริการตลอดไป