สิงคโปร์
ข้อมูลพื้นฐาน
ภูมิประเทศ ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเกาะตั้งอยู่ระหว่างมาเลเซียกับอินโดนีเซีย
พื้นที่ 39 ตร. ไมล์
เมืองหลวง สิงคโปร์
เมืองสำคัญ สิงคโปร์ จูล่ง
เวลา GMT/UTC+ 8 ชั่วโมง (ช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง )
ศาสนา พุทธ เต๋า อิสลาม ฮินดู คริสต์
ภาษา อังกฤษ จีนกลาง มาเลย์ ทมิฬ
หน่วยเงินตรา ดอลล่าร์สิงคโปร์ (S$)
สภาพอากาศ ร้อนชื้น ฝนตกชุก ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ จะมีมรสุมในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ขณะที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้จะมีมรสุมในช่วงมิถุนายน-กันยายน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง ตลอดปี เนื่องจากอากาศในสิงคโปร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก แต่ถ้าหากคุณเป็นนักชิมและนักช้อป ขอแนะนำให้ไปประมาณเดือนกรกฎาคม ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลอาหาร และเทศกาลลดราคาสินค้า
ประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ระหว่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้ามาก ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก แม้ว่าภูมิประเทศของสิงคโปร์ จะเป็นหมู่เกาะที่มีเกาะต่างๆ แยกออกไป แต่การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้น ไม่ยากลำบาก เลย เนื่องจากการคมนาคมขนส่งในประเทศของสิงคโปร์ มาก คุณสามารถเดินทางไปยังเกาะเซ็นโตซ่า หรือไปเกาะน้อยใหญ่ในสิงคโปร์ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
แม้ว่าที่สิงคโปร์จะเป็นแหล่งรวมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็นชาวมาเลย์ ชาวจีนและชาวฮินดู แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง ไม่มีการขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติต่างๆ คุณจะเห็นชาวอินเดีย นั่งรับประทานอาหารจีนในย่านไชน่า ทาวน์ หรือคุณอาจจะเห็นคนจีน เลือกซื้อสาหรี่สีสดในย่าน ลิตเติ้ล อินเดียก็เป็นไปได้สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
ตัว MERLION สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์
ตัวสิงโตทะเล หรือที่รู้จักในชื่อของ Merlion นี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว โดยล่าสุดจากผลสำรวจ ของคณะกรรมการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ ได้สำรวจออกมาพบว่า มีนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคน ที่เดินทางเข้ามาในประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้ามาชมชมรูปปั้นดังกล่าว โดยรูปปั้นมีลักษณะหัวเป็นสิงโต แต่ตัวเป็นปลา มีความสูงประมาณ 8.6 เมตร น้ำหนัก 70 ตัน ทำมาจากซีเมนต์ สร้างขึ้นโดย นาย Lim Nang Seng ช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงในประเทศสิงคโปร์ เดิมทีเดียว รูปปั้นดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำสิงคโปร์ ในสวนสาธารณะ Merlion บริเวณสะพาน Esplanade แต่ในเดือนเมษายน - กันยายน ปี 2002 นี้ ตัว Merlion นี้ จะถูกย้ายไปยังฝั่งตรงข้ามแทน
เกาะเซ็นโตซ่า
ในบรรดาเกาะที่รายล้อมอยู่ใกล้ๆ กับประเทศสิงคโปร์ เกาะเซ็นโตซ่าถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันเกาะแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำที่ใครต่อใครต้องแวะไปเมื่อไปเยือนสิงคโปร์ การเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้สะดวกสบายมาก โดยคุณสามารถเดินทางไปได้ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก แต่วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การโดยสารเคเบิ้ล คาร์ (Cable Car) ที่ตั้งอยู่บริเวณ Mount Faber บนเกาะแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายหลายแห่ง แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ก็คือบริเวณ Asian Village ซึ่งภายในหมู่บ้าน เอเชียน แห่งนี้ จะประกอบด้วยหมู่บ้าน 3 แบบ ตั้งห่างจากกันอยู่บริเวณชายหาด โดยมีรูปแบบด้านสถาปัตยกรรมที่มาจากแหล่งต่างๆ ในแถบเอเชีย คุณสามารถเลือกซื้อของฝาก จากประเทศต่างๆ ได้อย่างมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงข้างถนนอีกด้วย
คุณจะเพลิดเพลินไปพร้อมกับการเลือกรับประทานอาหารหลายเชื้อชาติ ทั้ง อาหารพื้นเมือง อาหารจีน และอาหารมาเลย์ นอกจากนี้ ยังมี โลกใต้น้ำ พิพิธภัณฑ์ทางทะเลที่ดีที่สุดของเอเชีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ขณะที่พิพิธภัณฑ์อาณาจักรแมลง จะจัดแสดงแมลงต่างๆ มากมายหลายพันธุ์ ทั้งชนิดที่หายากและที่พบได้ทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์หินหายาก หรือ Rare Stone พิพิธภัณฑ์ Maritime ที่แสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของ ท่าเรือสิงคโปร์ พร้อมหุ่นจำลองรูปเรือใบและเรือกลไฟ เป็นต้นเกาะ Kusu เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนและสถานที่เคารพสักการะ เกาะ Kusu นี้ได้รับสมญานามว่า เกาะเต่า นื่องจากมีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีเต่ายักษ์ได้กลาย ร่างเป็นเกาะเพื่อช่วยเหลือชาวเรือจีน และมาเลย์สองคน ให้รอดชีวิตจากเรือที่อับปางลง ผู้รอดชีวิตทั้งสองจึงได้แสดงความขอบคุณตามวิถีความเป็นอยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมเกาะเต่า จึงเป็นที่ตั้งของวัดในลัทธิเต๋า ชื่อ Tua Pek Kong พร้อมๆ กับเป็นที่ตั้งของศาลเจ้ามุสลิมบนเนินเขาที่มีชื่อว่า Keramat ในเดือนเก้า ตามจันทรคติของทั้งชาวจีนและชาวมาเลย์ จะพากันหลั่งไหลมาที่เกาะแห่งนี้ เพื่อสวดมนต์อ้อนวอนขอให้เจริญก้าวหน้า มีฐานะร่ำรวย ขณะที่ชาวมาเลย์จะต้องขึ้นถึงบันได 122 ขั้น ไปยัง Keramat เพื่อสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระอัลเลาะห์
เกาะ Pulau Ubin ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสิงคโปร์ มีลักษณะคล้ายกับบูมเมอแรง บนเกาะมีเนินเขาวางทอดยาว ที่กลายเป็นเสน่ห์ที่พบได้ในเกาะแห่งนี้ ขณะที่บนชายฝั่ง มีสวนสาธารณะ ที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยหมู่พฤษชาติ แนะนำให้คุณเดินรอบๆ เกาะแห่งนี้ หรือไม่ก็สามารถเช่ารถจักรยาน ภายในหมู่บ้านและขี่ชมบรรยากาศรอบๆ ได้ สภาพแวดล้อมของเกาะแห่งนี้ ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างน่าทึ่ง ผสมผสานกับความสะดวกสบาย ท่ามกลางสวนมะพร้าวและสวนยาง รวมไปถึงฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปลาแบบชาวเกาะ
เกาะ Palau Seking ทอดตัวอยู่ทางทิศตะวันตกระหว่างเกาะใหญ่ทั้งหลาย เป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมัน อย่างไรก็ดี เกาะแห่งนี้ ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่าง เหนียวแน่น หมู่บ้านชาวมาเลย์ หรือทีเรียกว่า Kampong ที่ถูกสร้างขึ้นบนเขาสูงเหนือพื้นน้ำ ยังคงอยู่กันอย่างตามแบบวิถีชีวิตดั้งเดิม คุณสามารถเดินรอบเกาะแห่งนี้ได้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
สวนสาธารณะ Haw Par Villa Dragon World ตั้งอยู่บนถนน Pasir Panjang ในปี ค.ศ. 1990 สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงจนได้รับการกล่าวขานว่า เป็นสวนสาธารณะที่จัด แสดงเรื่องราวและตำนานของเทพเจ้าจีน ที่มีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีเป็นแห่งแรกของโลก บริเวณสวนแห่งนี้ มีสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการแสดง กลางแจ้งในโรงมหรสพ ซึ่งจะเล่นตามตำนานโบราณจีน หรือไม่ก็แสดงเรื่อง"กำเนิดโลก" ที่สวนแห่งนี้ ยังมีรูปปั้น Laughing Buddha ที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศสิงคโปร์
เขตจูร่ง เป็นแหล่งพื้นที่อุตสาหกรรม และยังเป็นแหล่งงานของชาวสิงคโปร์ บริเวณเขตจูร่งนี้ มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ สวนนกจูล่ง ที่มีนกกว่า 500 ชนิด รวมแล้วกว่า 6,000 ตัวที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยสวนนกจูล่งแห่งนี้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสวนนกชั้นนำ ในภูมิภาคและยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธ์สัตว์ปีกอีกด้วย เชื่อหรือไม่ว่าสวนนกแห่งนี้มีนักท่องเที่ยว เข้าชมปีละกว่าล้านคน ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว นอกจากนี้บริเวณเขตจูร่ง ยังเป็นที่ตั้งของ สวนจีน-ญี่ปุ่นโดยสวนสองแห่งที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสวนจีนที่รู้จักกันในชื่อว่า Yu Hua Yuen นั้น ตกแต่งตามสไตล์พระราชวัง ฤดูร้อนในนครปักกิ่ง ซึ่งเน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ คุณสามารถพายเรือในทะเลสาบที่อยู่บริเวณสวนแห่งนี้ได้ด้วย นอกจากนี้ภายในสวนจีนยังมีสวนแห่งความงาม Yun Xin Yuan ซึ่งเป็นสวนที่จัดแสดงต้นบอนไซหลากหลายชนิด และยังมีพืชพันธุ์นานาชนิด รวมไปถึงต้นไม้อายุ 200 ปีที่รูปร่างคล้ายสิงโตด้วย
ลิ้ตเติ้ล อินเดีย ตั้งอยู่บริเวณถนน Serangoon หากคุณเดินเข้าไปย่านดังกล่าว คุณอาจจะคิดว่าคุณอยู่ในประเทศอินเดียก็เป็นไปได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะทุกย่างก้าวของคุณในเขตนี้ คุณจะได้ยินเสียงเพลงแขกสาวทั้งโสดและไม่โสด ต่างพากันเดินอวดโฉมในชุดสาหรี่สีสด ขณะที่โสตประสาทก็รับกลิ่นธูปหอม เครื่องเทศ ต่างที่วางขายอยู่บริเวณสองข้างทาง นอกจากนี้ บริเวณลิตเติ้ล อินเดีย นี้ ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ น่าสนใจอยู่มากมาย ซึ่งไม่ใช่มีแค่วัดฮินดูเท่านั้น แต่ยังมีศาลเจ้าและมัสยิด ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้วย เหนือขึ้นไปบริเวณถนน Serangoon สามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่ของวัด Sri Sreenivasa Perumal ได้แต่ไกล โดยวัดแห่งนี้ จะมีการแสดงการอวตารลงมาเกิดของพระวิษณุในชาติต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ขณะเดียวกัน วัดดังกล่าวจะเป็นสถานที่ในการตั้งต้นจัดขบวนแห่เทศกาลไทยปุสัม (Thai-Pusam) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเดือนที่จัดงานจะขึ้นอยู่กับจันทรคติ โดยเทศกาลการแห่นี้ จะมีผู้ศรัทธานำเหล็กขนาดใหญ่ยาวทิ่มแทงลิ้นและแก้ม ทั้งสองข้าง พร้อมทั้งแบก Kavadis ซึ่งมีลักษณะคล้ายกรงนก ประดับตกแต่งด้วยลวดและขนนกยูง ซึ่งพิธีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณ หรือ ไม่ก็เพื่อวิงวอนขอบางสิ่งบางอย่างจากเทพมุรุกัน หรือเทพเจ้าผู้คุ้มครองผู้อ่อนเยาว์ อีกฟากของถนนเป็นที่ตั้งวัด Sakya Muni Buddha Gaya เป็นวัดที่สร้างโดยพระสงฆ์ไทยนาม Vuthisasara วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีความสูงถึง 15 เมตร (49 ฟุต) โดยสิ่งที่ทำให้วัดนี้แตกต่างจากวัดอื่นๆ ก็คือ ประชาชน สามารถสัมผัสองค์พระพุทธรูปได้อย่างใกล้ชิด นอกจาก วัดแห่งศาสนาพุทธและฮินดูแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่ ตั้งของวัดซิกข์โดยวัดซิกข์ที่มีชื่อเสียงมีชื่อว่า วัด Khalsa Dharmak Sabha อยู่บนถนน Niven นักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมวัดแห่งนี้ต้องถอดรองเท้าและต้องมีสิ่งปกปิดศรีษะสวมไว้ด้วย
ตลาด Kandang Kerbau หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าตลาด Zhu Jiao Centre ที่นี่คุณจะตื่นตาตื่นใจกับสินค้ามากมายหลายชนิด รวมไปถึงอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งมาเลย์ อินเดีย จีน ด้าน ถนน Serangoon เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีสินค้านานาชนิดวางล่อเงินในกระเป๋าของคุณอยู่ สำหรับคนที่ชอบเดิน ลองหาโอกาสเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย เพื่อชมหน้ามุขเก่าแก่ และบานหน้าต่างที่เก๋ไก๋ ที่คนพื้นเมืองตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมา อ้อ!!! อย่าลืมก้มศรีษะเพื่อหลบกระจกที่แขวนไว้เหนือบานประตูด้วย เพราะเชื่อกันว่า กระจกนี้มีไว้เพื่อป้องกันภูตผีปีศาจไม่ให้เข้าบ้านได้สะดวก
รูปปั้น เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล
เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล คือ ผู้ที่ค้นพบสิงคโปร์เป็นคนแรก โดยชาวสิงคโปร์ได้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก โดยอนุสาวรีย์จะตั้งอยู่หน้าโรงละคร Victoria ขณะที่รูปปั้น ซึ่งทำมาจากทองสัมฤทธิ์ จะยืนหันหน้าไปทาง ด้านเหนือของ Boat Quay ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดที่เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล ได้ขึ้นมาบนฝั่งเป็นครั้งแรก
เทศกาลสำคัญ
เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีประชากรมาจากหลากหลายเชื้อชาติทั้ง จีน มาเลย์ ฮินดู ดังนั้น เทศกาลต่างๆ ในสิงคโปร์จึงมีมากมายหลายเทศกาล นับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนในช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ โดยจะมีการแสดงเต้นรำของมังกร การเดินขบวนพาเหรดต่างๆ และมีการจุดพลุในยามค่ำคืน บริเวณย่านไชน่า ทาวน์ ขณะที่ในช่วงเดือนรามาดอน เทศกาลสำคัญของชาวมุสลิม จะมีการตั้งร้านขายอาหารบริเวณ ถนนอาหรับ ใกล้กับมัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) ในยามค่ำคืน และในช่วงสามวันสุดท้ายของเทศกาลรามาดอน จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เรียกว่า Hari Raya Puasa ขณะที่ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม จะเป็นช่วงงานเทศกาลวิสาขบูชา ซึ่งจะมีการจัดงานเพื่อเป็นการแสดงความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า และในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะมีการจัดเทศกาล Dragon Boat Festival ซึ่งเป็นที่ระลึกต่อนักบุญชาวจีนที่โดดน้ำตาย ต่อต้านการคอรัปชั่นของรัฐบาล โดยในเทศกาลดังกล่าวจะมีการจัดแข่งขันเรือข้ามอ่าวมารีน่า ขณะที่งานเทศกาล Hungry Ghosts จะมีการจัดงานในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งในงานดังกล่าวเชื่อกันว่าจะเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณของคนตายเพื่อให้มาเฉลิมฉลองบนพื้นโลก โดยจะมีการจัดแสดงงิ้ว และอาหารมากมายให้ดวงวิญญาณเหล่านั้น
สถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย : ตั้งอยู่ที่ 129 ถ.สาธรใต้
เบอร์ติดต่อ : 0-2286-2111 ต่อ 1434
เวลาการขอวีซ่า : 8.00-12.00 Hrs.
เอกสารประกอบการขอวีซ่า : หนังสือเดินทางไทยที่มีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน ยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า อยู่ได้ 14 วัน ถ้าอยู่เกินเวลาที่กำหนด ให้ติดต่อที่ Immigration ที่ Singapore