หลวงพระบาง
ข้อมูลพื้นฐาน
ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ภูมิประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ห่างจากเมือง เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเมืองหลวง คิดเป็นระยะทาง 420 กิโลเมตร เป็นเมืองขนาดเล็กที่มีพื้นที่ ทั้งหมด 16,875 ตาราง กิโลเมตร ตั้งอยู่ในหุบเขาบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำคานไหลมาบรรจบกันพอดี
ภูมิอากาศ ในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิช่วงเข้าโดยเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส ส่วนกลางวันสูงขึ้นเล็กน้อย
ประชากร มีประชากรอยู่ประมาณ 3 แสน 5 หมื่นคน ประกอบด้วย เชื้อสายลาว ลื้อภูไท ข่า ม้ง เย้า และอีก้อ
เมืองหลวงพระบาง (Luang Prabang) ในอดีตเป็นราชธานีที่รุ่งเรืองและเฟื่องฟ ูที่สุดของอาณาจักรล้านช้าง มีชื่อเต็มว่า กรุงศรีสัตนาคนหุต บ้านช้างร่ม ขาวหลวงพระบาง นับได้ว่าเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองที่งดงาม และมีเสน่ห์ในศิลปะของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม ประเพณี และขนบธรรมเนียม ในการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก
จึงทำให้องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ มวลมนุษยชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ปัจจุบันแขวงหลวง พระบางประกอบด้วย 10 เมืองแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เนื่องจากเมืองหลวงพระบางตั้งอยู่ในหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติและมีแม่น้ำสองสาย มาบรรจบ รวมทั้งอดีต ยังเป็นราชธานี ที่รุ่งเรืองและ เฟื่องฟูที่สุดของอาณาจักรล้านช้าง จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญ ของเมืองนี้จะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติและศิลปะของ สถาปัตยกรรมในวัดและวังของเจ้ามหาชีวิต เป็นส่วนใหญ่ซึ่งสถาน ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ได้แก่พิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง
เป็นอาคารสีขาวที่เรียบง่าย ตั้งอยู่บนถนนที่เลียบขนานไปกับลำน้ำโขง เดิมเป็นพระราชวังของเจ้ามหาชีวิต
ลาวสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2447-2452 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ภายในมีตกแต่งด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ผสมผสานกับศิลปะแบบตะวันตกอย่างกลมกลืน ตรงประตูทางเข้ามีหน้าบันยื่นออกมาเป็นรูปช้างสามเศียร อันเป็น สัญลักษณ์ของราชอาณาจักรลาวในระบอบเก่า ภายในพิพิธภัณฑ์ จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบางซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ตามประวัติพระเจ้าฟ้างุ้มซึ่งเป็นกษัตริย์พระองค์แรก ที่ได้รวบรวมบ้านเมืองชุมชน ริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งตะวันออก ให้เป็น อาณาจักรเดียวกัน (อาณาจักรลานช้าง) ได้รับเอาพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์จากราชสำนักเขมรมาเผยแพร่ในหลวงพระบาง ทั้งนี้ เพราะท่านเป็นราชบุตรเขยของกษัตริย์กรุงอินทะปัด แคว้นกัมพูชา พระองค์ได้ทูลขอพระบางมาประดิษฐาน ยังกรุงลานช้าง เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่คนทั่วไป ศาสนาพุทธจึงเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่รัชสมัย ของพระองค์ พระบางเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ประทับยืน พระหัตถ์สองข้างยกขึ้น สำหรับห้องต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ จะประกอบด้วยอาทิ ห้องโถง ซึ่งตั้งอยู่เป็นห้องแรกทางด้านขวามือ เป็นห้องรับรองแขกบ้านแขกเมืองของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งดูเรียบง่าย มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือจิตรกรชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาพแสดงสถานที่สำคัญ ๆ ของเมืองหลวงพระบาง ไม่ว่าจะเป็นภาพตลาด สะพานเก่า วัดใหม่ วัดเชียงทอง และภาพวิถีชีวิตของคนในเมือง
วัดเชียงทอง
เป็นวัดที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดในประเทศ ทั้งๆ ที่ ไม่ได้เป็นวัดที่หรูหรา โอ่อ่า วิจิตรตระการตา แต่ความเรียบง่ายของวัด และภาพลวดลาย บนผนังอุโบสถ ความสวยงามของหอพระและ โรงเก็บราชรถ ล้วนส่งให้วัดนี้เป็นวัด ที่ทุกคนต้องมาเยือน ตั้งอยู่บนถนนที่มุ่งตรงสู่วัด เชียงทอง ขนาบด้วย อาคารเก่าแบบตึกฝรั่งสองชั้น แม้ว่าตัวอาคารและถนนค่อนข้างเก่า และทรุดโทรม แต่ผู้คนที่เดินขวักไขว่ และร้านค้าสองข้างทางก็สร้างสีสัน ให้บรรยากาศบนถนนเส้นนี้คึกคักหมู่บ้านช่างไห (บ้านสร้างไห)
เป็นชุมชนริมโขงที่มีประวัติการขุดพบหม้อไหหมักเหล้าโบราณอายุกว่า 600 ปี ปัจจุบันชุมชนนี้มีชื่อเสียงในการผลิต เหล้าพื้นเมืองจำหน่าย
ถ้ำติ่ง
ถ้ำติ่งมาจากคำว่าหินติ่งที่แปลว่าหินงอกหินย้อยนั่นเอง ถ้ำติ่งนี้มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ โดยทุกปีใหม่ หรือวันสงกานต์ชาวบ้านจะล่องเรือมาทำบุญและนำพระมาวางถวาย ภายในถ้ำจึงเต็มไปด้วยพระพุทธรูปใหญ่น้อย ในรูปแบบศิลปกรรมแปลก ๆ จำนวนมากมาย โดยถูกสะสมมาเป็นเวลาร้อยๆ ปี ในอดีตเจ้ามหาชีวิตทุกพระองค์จะ ต้องเสด็จมาทำพิธีสรงน้ำและฟังธรรมในวันสงกรานต์
น้ำตกตาดกวางสี
ห่างจากหลวงพระบางไปทางใต้ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความงดงามมาก เปรียบเทียบได้กับทีลอซูของไทยเลยทีเดียว ระหว่างทางจะได้พบ หมู่บ้านลาวเทิง ที่ยังคงรักษาการดำรงชีวิต แบบดั้งเดิมไว้เกือบทั้งหมดวัดวิชุน
มีอายุกว่า 500 ปี สร้างขึ้นตามพระดำรัสของ เจ้ามหาชีวิตชุนนะราช เคยเป็นที่ ประดิษฐานของพระบาง ซึ่ง
ถูกอัญเชิญไปไว้ในพระราชวัง หลังจากเมืองหลวงพระบางถูกพวกฮ่อเข้าทำลายวัดอาฮาม
อดีตเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชลาวก่อนที่จะเปลี่ยนไปประทับอยู่ที่วัดใหม่
พระธาตุจอมพูสี
ตั้งอยู่บนยอดพูสี เปรียบเสมือนพระธาตุหลักเมืองและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงที่สุดของเมือง มีคำกล่าวที่ว่า "ไปเยี่ยมนครหลวงพระบาง ถ้าไม่ได้ขึ้นเบิ่งพูสี หรือว่าขึ้นไปไหว้พระธาตุจอมสี เปรียบเสมือนกับว่า ไม่ได้ เห็นนครหลวงพระบางอย่างแท้จริง" ทางขึ้นพระธาตุจอมศรีเต็มไปด้วยต้นลั่นทม หรือที่ทางลาวเรียกกว่าต้นจำปา และดอกจำปานี่เองที่เป็นดอกไม้ประจำชาติของลาวบ้านผานม
ชมการทอผ้าแบบชาวไตลื้อ ในบ้านผานมจะมีการจำหน่ายผ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีทั้งผ้าที่ทอเองกับผ้าที่นำมาจากไทย ซึ่งหากจะซื้อติดไม้ติดมือก็ควรจะพิจารณาให้ดี มิฉะนั้น อาจจะได้ผ้าไทยกลับบ้านก็ได้ หลังจากชมบ้านผานม และหากมีเวลาน่าจะไปคารวะ สถานที่ฝังศพ อองรี มูโฮต์ นักสำรวจดินแดนอินโดจีน ผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส อยู่ห่างจากบ้านผานม ประมาณ 6 ก.ม.วัดญวนหรือวัดพระบาทใต้
ตั้งอยู่ติดริมน้ำโขง โดยมีรอยพระพุทธบาทให้กราบสักการะ และเป็นวัดเดียวที่มีศิลปะการก่อสร้างแบบเวียดนาม
ในเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นศิลปะที่มีความงดงามมาก และยังมีจุดชมวิวให้ชื่นชมพระอาทิตย์ตกดินอีกด้วยวังเจ้าเพชรราช
ซึ่งเป็นเจ้าอุปราชวังหน้า คนลาวนับถือมากเหมือนคนไทยนับถือ ร.5 ที่วังมีตำหนักเก่า ท้องพระโรง และที่วังนี้จะได้ชมเมืองหลวงพระบางจากจุดมุมมองที่เรียกว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ เพราะเจ้าเพชรราชเป็นอุปราชวังหน้า
ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลรักษาเมือง
กิจกรรมแนะนำ
- ตักบาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์จำนวน 200 รูป ที่หน้าปากซอยเรือน ที่พักซึ่ง อยู่หน้าวัดพระธาตุหลวงใจกลางเมืองเก่า ชาวหลวงพระบาง จะตักบาตร ด้วยข้าวเหนียว ซึ่งหาซื้อข้าวเหนียวได้จากตลาด แต่สั่งให้ที่พักจัด ให้จะ สะดวกกว่าราคา ไม่แพง ตักบาตรเสร็จก็เช่าจักรยาน (ประมาณ 50 บาทต่อวัน) ขี่เที่ยวชมเมืองยามเช้า- เดินเที่ยวตลาดเช้าของหลวงพระบาง ซึ่งมี 3-4 แห่ง คือ ตลาดเช้าที่อยู่เลยคุก มีขนาดใหญ่ที่สุด) หรือ ตลาดเช้าที่ซอย ใกล้พระราชวังริมน้ำโขง และตลาด ดารา ซึ่งไม่ค่อยมีผักผลไม้แต่มีสินค้าหัตถกรรมเยอะ สำหรับราคาไม่ค่อยจะ ถูกเท่าใดนัก
เส้นทางการบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำการบินเส้นทาง ไป-กลับ เชียงใหม่-หลวงพระบาง ด้วยเครื่องบินแบบเอทีอาร์ 72 โดยทำการบิน ไป-กลับ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ในทุกวันจันทร์ พฤหัสบดีและเสาร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2546 เป็นต้นไป ด้วยเที่ยวไป เที่ยวบินที่ ทีจี 688 - ออกเดินทางจากเชียงใหม่ เวลา 10.40 น. ถึงหลวงพระบาง เวลา 11.00 น.
เที่ยวกลับ เที่ยวบินที่ ทีจี 689 - ออกเดินทางจากหลวงพระบางเวลา 12.20 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 13.35 น.การทำวีซ่า
สามารถทำวีซ่าได้ที่สถานทูตลาวประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่520/502/1-3 ซอย สหการประมูล ถนนประชาอุทิศ (สุดซอยราคำแหง 39) โทร.0-2539-6667-8 (เปิด-ปิด ตามเวลาราชการปรกติ) การทำวีซ่าจะสามารถพักอยู่ที่ลาวได้ 1 เดือน
ขั้นตอนการทำวีซ่า
1. การทำวีซ่าปรกติใช้เวลา 3 วัน เสียค่าธรรมเนียม 300 บาท แบบเร็วใช้เวลา 1 วัน ค่าธรรมเนียม 600 บาท
2. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป
3. กรอกเอกสารแจ้งความจำนงเดินทางเข้าประเทศ