23 ธันวาคม 2546 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2546 โดยมี นายทนง พิทยะ ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยกรรมการบริษัทฯ นายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เข้าร่วมการประชุมโดยมีวาระสำคัญ ดังนี้
1. เรื่องรายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2545/2546
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รับทราบผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2545/2546 (ตุลาคม 2545-กันยายน 2546) ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 134,536 ล้านบาท มีผลกำไรสุทธิ 12,453 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ งวดเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 2,271 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.3 คำนวณเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นได้เท่ากับ 8.90 บาท เปรียบเทียบกับ งวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 7.27 บาท
2. เรื่องการจัดสรรกำไรและจ่ายเงินปันผล
ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้มีการจัดสรรกำไรและจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2545/46 ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 1,685,000,000 หุ้น ในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท สำหรับ ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ ณ วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2547 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลภายใน 30 วัน หลังจากวันประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2546
3. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ
ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นมีมติให้แต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ แทนกรรมการบริษัทฯ ที่พ้นจากตำแหน่งตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 17 รวมทั้งสิ้น 5 คน ดังนี้
1. นายทนง พิทยะ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักนายกรัฐมนตรี
2. พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กองทัพอากาศ
3. นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
4. พล.ร.อ.ทวีศักดิ์ โสมาภา อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ
5. นายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทฯ ชุดใหม่ ประจำปี 2547 ประกอบด้วย
1. นายทนง พิทยะ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการ
2. นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวงคมนาคม
รองประธานกรรมการ คนที่ 1
3. นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง
รองประธานกรรมการ คนที่ 2
4. พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กองทัพอากาศ
กรรมการ
5. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย
กรรมการ
6. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
กรรมการ
7. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
กรรมการ
8. นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานคณะกรรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
กรรมการ
9. นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
กรรมการ
10. พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
กรรมการ
11. นายโอฬาร ไชยประวัติ นายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร
กรรมการ
12. รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กรรมการ
13. นายถิรชัย วุฒิธรรม ประธานมูลนิธินักฟุตบอลทีมชาติไทย
กรรมการ
14. ศ.นพ. สุชัย เจริญรัตนกุล ศาสตราจารย์ระดับ 10 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
กรรมการ
15. นายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
กรรมการทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อนึ่ง สำหรับการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งด้วยตนเองและโดยการมอบฉันทะ 2,081 ราย คิดเป็นจำนวนหุ้น 1,360,769,136 หุ้น (หนึ่งพันสามร้อยหกสิบล้านเจ็ดแสนหกหมื่นเก้าพันหนึ่งร้อยสามสิบหกหุ้น)
2 กันยายน 2546 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่1/2546 โดยมีนายทนง พิทยะ ประธาน คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการบริษัทฯ และนายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยมีวาระสำคัญ เรื่องพิจารณาและอนุมัติให้บริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นกู้ในสกุลเงินบาท และ/หรือในสกุลเงินอื่นเทียบเท่าภายในวงเงินรวมไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี โดยคณะกรรมการบริษัทฯ เสนอให้ขายหุ้นกู้ในสกุลเงินบาท และ/หรือในสกุลเงินอื่น เทียบเท่าภายในวงเงินรวมไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี เพื่อใช้ในการระดมเงินทุนมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และเพื่อชำระหนี้เงินกู้เดิมของบริษัทฯ ซึ่งผลการประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติเรื่องการขายหุ้นกู้ในสกุลเงินบาท และ/หรือในสกุลเงินอื่นเทียบเท่าภายในวงเงินรวมไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี
อนึ่ง การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม ทั้งด้วยตนเองและโดยการมอบฉันทะ รวมจำนวน 1,218 ราย คิดเป็นจำนวนหุ้นทั้งหมด 1,326,754,043 หุ้น
20 ธันวาคม 2545 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2545 โดยมี นายทนง พิทยะ ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย กรรมการบริษัทฯ นายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ เข้าร่วมการประชุมโดยมีวาระสำคัญ ดังนี้
1. เรื่องรายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2544/2545
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี งบประมาณ 2544/2545 (ตุลาคม 2544-กันยายน 2545) ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 129,510 ล้านบาท มีผลกำไรสุทธิ 10,182 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบ กับงวดเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 8,253 ล้านบาท หรือร้อยละ 427.84 คำนวณเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นได้เท่ากับ 7.27 บาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 1.38 บาท
2. เรื่องการจัดสรรกำไรและจ่ายเงินปันผล
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้มีการจัดสรรกำไรและจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของ บริษัทฯ จำนวน 1,400,000,000 หุ้น ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท สำหรับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2546 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลภายใน 30 วัน หลังจากวันประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2545
3. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติเลือกตั้งกรรมการบริษัทฯ แทนกรรมการบริษัทฯ ที่ออกตามวาระ พ้นตำแหน่งตามกฎหมาย และเลือกตั้งเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น 7 คน ดังนี้
1. นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวงคมนาคม
2. นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง
3. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย
4. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
5. พล.อ.อ. เทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
6. รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7. นายถิรชัย วุฒิธรรม ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ การคมนาคม วุฒิสภาทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทฯ ชุดใหม่ ประจำปี 2546 ประกอบด้วย
1. นายทนง พิทยะ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ ฝ่ายเศรษฐกิจ
2. นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ
3. นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
4. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย กรรมการ
5. นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
6. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
7. นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
8. นายโอฬาร ไชยประวัติ นายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร กรรมการ
9. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กรรมการ
10. พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ
11. พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
12. พล.อ.อ. เทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
13. รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการ
14. นายถิรชัย วุฒิธรรม ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ กรรมการการคมนาคม วุฒิสภา
15. นายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กรรมการและบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เลขานุการทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้จะมีผล ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อนึ่ง สำหรับการประชุม สามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งด้วยตนเองและโดยการมอบฉันทะ 1,436 ราย คิดเป็นจำนวนหุ้น 1,311,617,937 หุ้น
30 สิงหาคม 2545 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่1/2545 โดยมีนายทนง พิทยะ ประธาน คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการบริษัทฯ และนายกนก อภิรดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยมีวาระสำคัญ ดังนี้
1. เรื่องการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่ของบริษัทฯ จำนวน 300 ล้านหุ้น
คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอให้จัดสรรหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 300,000,000 หุ้น (สามร้อยล้านหุ้น) ดังนี้
1.1 จัดสรรหุ้นสามัญ จำนวน 285,000,000 หุ้น (สองร้อยแปดสิบห้าล้านหุ้น) เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจจะออกเสนอขายครั้งเดียวเต็มจำนวนหรือเสนอขายเป็นคราวๆ ไป
1.2 จัดสรรหุ้นสามัญ จำนวน 15,000,000 หุ้น (สิบห้าล้านหุ้น) ห้พนักงานภายใต้โครงการจัดสรรหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานบริษัทฯ โดยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญ และ/หรือ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ให้แก่พนักงานที่เป็นกรรมการของบริษัทฯ
ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติเรื่องการจัดสรรหุ้นใหม่ของบริษัทฯ จำนวน 300 ล้านหุ้น
อนึ่ง การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม ทั้งด้วยตนเองและโดยการมอบฉันทะจำนวน 711 ราย คิดเป็นจำนวนหุ้น 1,322,836,878 หุ้น
20 ธ.ค.2544 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2544 โดยมี นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นายศรีสุข จันทรางศุ และนายสมใจนึก เองตระกูล รองประธานกรรมการฯ โดยมีวาระสำคัญดังนี้
1. เรื่องรายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2543/2544
คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2543/2544 (ตุลาคม 2543-กันยายน 2544) ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 130,576 ล้านบาท มีผลกำไรสุทธิ 1,929 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ งวดเดียวกันของปีก่อนลดลง 2,788 ล้านบาท หรือร้อยละ 59.11 คำนวณเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นได้เท่ากับ 1.38 บาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 3.37 บาท ทั้งนี้มีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันถัวเฉลี่ยในงวดนี้สูงขึ้นกว่างวดก่อน มีผลทำให้ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง เมื่อเปรียบเทียบกับงวดก่อนเพิ่มขึ้น 5,630 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากราคา น้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท นอกจากนี้ยังมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการปรับมูลค่าเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เป็นจำนวนเงิน 3,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 609 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิเมื่อหักยอดขาดทุนสะสมยกมา ยังมีผลขาดทุนสะสมอยู่ 7,255 ล้านบาท ทั้งนี้ตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในกรณีที่บริษัทฯ ยังมียอดขาดทุนสะสมจากข้อกำหนดของกฎหมายดังกล่าว ทำให้ในปีนี้ บริษัทฯ ไม่สามารถจ่ายเงินปันผล ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้
2. การเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แทนกรรมการที่ลาออกในวันที่ 20 ธันวาคม 2544
ซึ่งที่ประชุมได้มีมติการ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ ชุดใหม่ ได้มีการประชุมเพื่อเสนอประธาน และ รองประธานกรรมการดังนี้
1. นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ
2. นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวงคมนาคม รองประธานกรรมการ คนที่ 1
3. นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง รองประธานกรรมการ คนที่ 2
4. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย กรรมการ
5. นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการ
6. นายทนง พิทยะ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กรรมการ
7. นายวิษณุ เครืองาม เลขานุการคณะรัฐมนตรี กรรมการ
8. คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กรรมการ
9. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กรรมการ
10. นายโอฬาร ไชยประวัติ กรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กรรมการ
11. นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กรรมการ
12. พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ
13. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กรรมการ
14. พล.อ.อ. เทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์ ผู้ว่าการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กรรมการทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่ บัดนี้ เป็นต้นไป อนึ่ง สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 816 คน คิดเป็นจำนวนหุ้น 1,306,052,876 หุ้น
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้นายกอบชัย ศรีวิลาศ กรรมการผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงอากาศยาน ดำรงตำแหน่ง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อีกตำแหน่งหนึ่ง รวมทั้งให้รักษาการเลขานุการของคณะกรรมการบริษัทฯ และรักษาการโฆษกของบริษัทฯ ด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
5 ตุลาคม 2544 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2544 โดยมี ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช รักษาการประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยนายสมใจนึก เองตระกูล รักษาการรองประธานกรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แทนกรรมการที่ลาออกเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2544 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
1. ดร. วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ ประธานกรรมการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
2. นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวงคมนาคม รองประธานกรรมการ คนที่ 1
3. นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง รองประธานกรรมการ คนที่ 2 และเลขานุการฯ
4. ศ.ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย กรรมการ
5. นายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
6. ดร. ทนง พิทยะ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กรรมการ
7. คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการ กรรมการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
8. นายวิษณุ เครืองาม เลขานุการคณะรัฐมนตรี กรรมการ
9. ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กรรมการ
10. ดร. โอฬาร ไชยประวัติ กรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการ กรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
11. นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร กรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
12. นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
13. พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ
14. พล.อ.อ. เทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ กรรมการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป อนึ่ง สำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 342 คน คิดเป็นจำนวนหุ้น 1,306,725,836 ล้านหุ้น
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2544 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2544 เวลา 13.30 น. โดยมีนายศรีสุข จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานการประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัทฯ คณะผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ในการประชุมมีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ ได้แก่ เรื่องพิจารณาให้บริษัทฯ ดำเนินการจัดหาเครื่องบินพิสัยไกล ตามโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2543/44-2547/48
นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุม ทั้งด้วยตนเองและโดยการมอบฉันทะ รวมทั้งสิ้น 275 ราย นับจำนวนหุ้นได้ทั้งสิ้น 1,316,251,686 หุ้น ครบเป็นองค์ประชุม เนื่องจากในการดำเนินการ จัดหาเครื่องบินพิสัยไกลจำนวน 2 ลำ ตามโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2543/44 -2547/48 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 322.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งการจัดหาเครื่องบินพิสัยไกลจำนวน 2 ลำ ดังกล่าว มีมูลค่าเกินกว่าร้อยละ 50 ของเงินทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัทฯ ที่กำหนดว่า ในการก่อหนี้หรือข้อผูกพันเป็นมูลค่าเกินกว่าร้อยละ 50 ของเงินทุน จดทะเบียนของบริษัทฯ หรือเงินตราสกุลอื่นที่มีค่าเท่ากัน บริษัทฯ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าจำนวนสามในสี่ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วของบริษัทฯ
ดังนั้น ที่ประชุมมีมติให้บริษัทฯ ก่อหนี้หรือข้อผูกพันเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องบินพิสัยไกลจำนวน 2 ลำ ตามโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2543/44-2547/48
อนึ่ง การจัดหาเครื่องบินดังกล่าว เป็นไปตามแผนงานในโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจฯของบริษัทฯ ซึ่งจะทำให้การบินไทย มีการพัฒนาฝูงบินที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและ มีความถี่ของเที่ยวบินในบางเส้นทางเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนดำเนินงานและ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนแผนงานตลาดให้บรรลุเป้าหมายของ การดำเนินงานในด้านกลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายการให้บริการในเส้นทางข้ามทวีป ซึ่งมี การแข่งขันสูง นอกจากนี้ ยังมีส่วนในการสร้างเสริมให้บริษัทฯ เป็นสายการบินชั้นนำอยู่ในสิบอันดับแรกของโลก และอยู่ในสามอันดับแรกของภูมิภาคเอเชีย ทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพการบริการ มีสถานะการเงินที่มั่นคง สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาด ตลอดจนจะทำให้บริษัทฯ ได้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่วางไว้
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2543 ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมมีมติดังนี้
1. มีมติรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2542 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2542
2. มีมติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก16,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นหกพันล้านบาท) เป็น 14,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันล้านบาท) โดยวิธีการตัดหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียน ที่ยังไม่ได้นำออกจำหน่ายจำนวน 200,000,000 หุ้น (สองร้อยล้านหุ้น) มูลค่าหุ้นละ 10 บาท (สิบบาท) เป็นจำนวนเงิน 2,000,000,000 บาท (สองพันล้านบาท)
3. มีมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุน จดทะเบียนของบริษัทฯ โดยให้ยกเลิกข้อความเดิม และให้ใช้ข้อความใหม่ดังนี้
"ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน หนึ่งหมื่นสี่พันล้าน บาท (14,000,000,000)
แบ่งออกเป็น หนึ่งพันสี่ร้อยล้าน หุ้น ( 1,400,000,000)
มูลค่าหุ้นละ สิบ บาท ( 10 )
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ หนึ่งพันสี่ร้อยล้าน หุ้น ( 1,400,000,000)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น ( - )"
4. มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก 14,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันล้านบาท) เป็น 17,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาท) โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 300,000,000 หุ้น (สามร้อยล้านหุ้น) มูลค่าหุ้นละ 10 บาท (สิบบาท)
5. มีมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุน จดทะเบียนของบริษัทฯ โดยให้ยกเลิกข้อความเดิม และให้ใช้ข้อความใหม่ ดังนี้
"ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน หนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้าน บาท (17,000,000,000)
แบ่งออกเป็น หนึ่งพันเจ็ดร้อยล้าน หุ้น ( 1,400,000,000)
มูลค่าหุ้นละ สิบ บาท ( 10 )
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ หนึ่งพันเจ็ดร้อยล้าน หุ้น ( 1,700,000,000)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น ( - )"
6. มีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่จำนวน 300,000,000 หุ้น (สามร้อยล้านหุ้น) โดยมีรายละเอียดดังนี้
6.1 หุ้นจำนวน 127,500,000 หุ้น (หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดล้านห้าแสนหุ้น) ให้เสนอขายให้แก่พันธมิตรธุรกิจ (Strategic Partner) ซึ่งถือเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงจำนวนไม่เกิน 35 ราย และ/หรือผู้ลงทุน ประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะ 17 ประเภท ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ที่ กจ. 12/2543 เรื่องการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ลงวันที่ 22 มีนาคม 2543 หรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะออกเสนอขายครั้งเดียวเต็มจำนวน หรือเสนอขายเป็นคราว ๆ ไปก็ได้ แต่ทั้งนี้ ในการเสนอขายหุ้นดังกล่าวในแต่ละครั้ง เมื่อรวมกับหุ้นของบริษัทฯ ที่กระทรวงการคลังถืออยู่และนำออกเสนอขาย ให้แก่พันธมิตรธุรกิจดังกล่าว จะต้องไม่เกินจำนวนร้อยละ 10 ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนั้น ๆ โดยให้มอบอำนาจให้ คณะกรรมการและ/หรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ที่จำเป็น และเกี่ยวเนื่องกับการออกและเสนอขายหุ้นดังกล่าว เช่น กำหนดเวลา ราคาเสนอขาย วิธีการจัดสรร และรายละเอียดการเสนอขาย การแต่งตั้งผู้จัดจำหน่าย หรือผู้รับประกันการจำหน่าย การเปิดบัญชีเพื่อรับเงินค่าหุ้น ฯลฯ รวมทั้งให้มีอำนาจในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็น และเกี่ยวเนื่องกับการเสนอขายหุ้นดังกล่าวได้ทุกประการ ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเหลือจากการเสนอขายให้แก่พันธมิตรธุรกิจ (Strategic Partner) ให้คณะกรรมการ และ/หรือ บุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย มีอำนาจในการนำหุ้นที่เหลือนั้น มาเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปได้
6.2 หุ้นจำนวน 157,500,000 หุ้น (หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ดล้านห้าแสนหุ้น) ให้เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) ซึ่งอาจจะออกเสนอขายครั้งเดียวเต็มจำนวน หรือเสนอขายเป็นคราว ๆ ไปก็ได้ โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการ และ/หรือ บุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไข และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็น และที่เกี่ยวเนื่องกับ การออกและเสนอขายหุ้นดังกล่าวเช่น กำหนดเวลา ราคาเสนอขาย วิธีการจัดสรร และรายละเอียดการเสนอขาย การแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายหรือผู้รับประกันการจำหน่าย การเปิดบัญชีเพื่อรับเงินค่าหุ้น ฯลฯ รวมทั้งให้มีอำนาจในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการเสนอขายหุ้นดังกล่าว ได้ทุกประการ
6.3 ให้จัดสรรหุ้นสามัญจำนวน 15,000,000 หุ้น (สิบห้าล้านหุ้น) ให้พนักงาน ภายใต้โครงการจัดสรรหลักทรัพย์ให้แก่พนักงาน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ("โครงการ ESOP") โดยให้เสนอขายต่อพนักงาน ในกรณีที่พนักงานเลือก ที่จะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นตามโครงการ ESOP และ/หรือ เพื่อสำรองไว้สำหรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อ หุ้นสามัญของ บริษัทฯ ในกรณีที่พนักงานเลือก ที่จะรับใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นสามัญตามโครงการ ESOP แทนการจองซื้อหุ้น และในกรณีที่มีหุ้นเหลือ จากการใช้สิทธิของพนักงานภายใต้โครงการ ESOP ให้คณะกรรมการเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาจัดสรร หรือดำเนินการประการอื่นต่อไป
7. มีมติให้จัดตั้งโครงการจัดสรรหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีรายละเอียดดังนี้
อนุมัติการจัดตั้งโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงาน และพนักงานที่เป็นกรรมการของบริษัทฯ เพื่อการออกและเสนอขายหุ้นสามัญ และ/หรือ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ รายละเอียดของโครงการ ESOP ปรากฏตามเอกสารแนบ โดยให้คณะกรรมการหรือบุคคล ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการมีอำนาจกำหนด หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการจัดตั้งโครงการ ESOP และ/หรือ ที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ตามโครงการ ESOP ในส่วนที่ไม่เป็นสาระสำคัญ และ/หรือ ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีอำนาจในการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการจัดตั้งโครงการ ESOP และการออกเสนอขายหลักทรัพย์ได้ทุกประการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการติดต่อให้ข้อมูล การยื่นเอกสารหลักฐาน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ หน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งโครงการ ESOP และ/หรือ การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ภายใต้ โครงการ ESOP
8. มีมติให้แก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 3. เพื่อให้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการ ทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไป ซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ยกเลิกข้อความเดิม และให้ใช้ข้อความใหม่ ดังนี้
"ข้อ 3. ข้อความอื่นที่มิได้กล่าวไว้ในข้อบังคับนี้ ให้ถือและบังคับตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดทุกประการ
ในกรณีที่บริษัทเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือกระทำการเพื่อให้มีการได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท และบริษัทย่อย ในลักษณะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ในประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนั้น ๆ ด้วย"
9. มีมติให้แก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 10. เพื่อปรับสัดส่วนการถือหุ้นของ คนต่างด้าวจากร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด เป็นร้อยละ 30 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด โดยให้ยกเลิกข้อความเดิม และให้ใช้ข้อความใหม่ดังนี้
"ข้อ 10. หุ้นของบริษัทสามารถโอนได้โดยไม่มีข้อจำกัด เว้นแต่การโอนหุ้นนั้น เป็นเหตุให้มีคนต่างด้าว ถือหุ้นอยู่ในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัท
เพื่อประโยชน์แห่งข้อบังคับนี้คำว่า "คนต่างด้าว" หมายถึง นิติบุคคลไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ที่มีทุนตั้งแต่ร้อยละ 50 ถืออยู่โดยผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนที่มีสัญชาติต่างด้าว หรือมีกรรมการเกินกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด เป็นบุคคลที่มีสัญชาติต่างด้าว หรือมูลนิธิใดๆ ที่มีกรรมการเกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นคนต่างด้าว หรือมีวัตถุประสงค์กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ หรือ คุ้มครองส่วนได้เสียของคนต่างด้าวเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลใดที่ถือเป็น คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนต่างด้าว หรือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลใด ที่คณะกรรมการมีเหตุอันสมควร เชื่อว่าถือหุ้นแทนหรือเพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นซึ่งเดิมถือสัญชาติไทย แต่ได้แปลงสัญชาติเป็นสัญชาติ ต่างด้าวหรือผู้ถือหุ้นซึ่งเดิมถือสัญชาติไทย แต่ต่อมามิได้ถือสัญชาติไทยโดยผลตามกฎหมาย ผู้ถือหุ้นดังกล่าว จะต้องมีหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการโดยพลัน ในกรณีที่ปรากฎว่าการที่ผู้ถือหุ้น มิได้ถือสัญชาติไทยดังกล่าว เป็นเหตุให้บริษัทมีหุ้นที่ถือ โดยผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด คณะกรรมการจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถือหุ้นดังกล่าว จำหน่ายหุ้นของตนให้แก่บุคคลผู้มีสัญชาติไทย อย่างน้อยในจำนวนที่ไม่ทำให้บริษัทมีหุ้นที่ถือโดยผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด ภายในกำหนด 21 วันนับแต่วันที่ลงในหนังสือของคณะกรรมการ"