เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2544 ณ ห้องออดิทอเรียม สำนักงานใหญ่ ได้มีการจัดสัมมนาเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร โดยมีผู้ร่วมสัมมนาประกอบด้วยประธานในพิธี คือ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการบริษัทฯ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้ร่วมสัมมนาอีก 3 ท่านได้แก่ นายกวีพันธ์ เรืองผกา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินและสารสนเทศ และม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ผู้อำนวยการใหญ่กิจการพิเศษ และรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป และ ม.ล. สุภสิทธิ์ ชุมพล อดีตคณะกรรมการบริษัทฯ โดยการสัมมนาดังกล่าว เป็นการสรุปบรรยายการปรับโครงสร้างองค์กรภายในบริษัทใหม่ ซึ่งในการสัมมนาสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ความเป็นมา
กิจการของบริษัทฯ จะแบ่งออกได้เป็น 2 กิจการหลัก คือ กิจการธุรกิจการบิน ซึ่งเป็นกิจการหลัก หรือ Core Business และ กิจการสนับสนุน (Support Business) ซึ่งเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องและเกื้อกูลกับกิจการหลัก โดยกิจการสนับสนุนเหล่านี้ จะเป็นกิจการที่ทำรายได้ให้แก่บริษัทฯ ถึง 1 ใน 4 ของรายได้รวมของบริษัทฯ ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างบริษัทฯ ขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยมี นายศรีสุข จันทรางศุ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะรองประธานกรรมการบริษัทฯ คนที่ 1เป็นประธานคณะทำงาน โดยมีผู้แทนจากฝ่ายบริหารอีก 2 ท่าน คือ นายกวีพันธ์ เรืองผกา และม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล และผู้แทนจากบริษัทฯ อีก 3 ท่าน เพื่อศึกษาดูว่ากิจการสนับสนุนใดในบริษัทฯ ที่มีขีดความสามารถที่จะแยกออกเป็นหน่วยธุรกิจย่อย เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารให้มากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างเดิม การดำเนินกิจการสนับสนุน ต้องผ่านขั้นตอนการบริหารหลายขั้นตอน ทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจ ส่งผลให้ไม่สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้ประชุมเพื่อจัดโครงสร้างของกิจการสนับสนุนใหม่ ให้แบ่งเป็นหน่วยธุรกิจย่อย ซึ่งพนักงานที่ทำงานในหน่วยธุรกิจย่อยนั้น ยังเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดของบริษัทฯ และยังได้รับสิทธิประโยชน์ รวมไปถึงสวัสดิการในฐานะพนักงานของบริษัทฯ อย่างเดิมทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ใช้หลักการที่จะแยกกิจการออกเป็นหน่วยธุรกิจย่อยดังนี้
1. ต้องเป็นธุรกิจหรือกิจการสนับสนุน (Support Business) ที่มีการดำเนินกิจการกับลูกค้าจากสายการบินอื่น และ/หรือ จากผู้ซื้อบริการอื่นที่ไม่ใช่มาจากบริษัทแม่ (Core Business)
2. เป็นกิจการที่ทำรายได้ถึง 25% หรือ 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ
3. มีการแยกงบกำไร ขาดทุน ตามหลักการของ Activity Based Costing (ABC)หน่วยงานที่จะแยก แบ่งออกเป็น 5 หน่วยงาน ดังนี้
1. ครัวการบิน
2. การพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์
3. การบริการลูกค้า
4. การบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น
5. การซ่อมบำรุงอากาศยาน
โดยผู้ควบคุมดูแลกิจการดังกล่าวจะมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ซึ่งจะต้องผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมี นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานฯ เป็นประธานฯ และคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางจามรี จิตวัฒนากร ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารทรัพยากรและบริหารบุคคล นายกวีพันธ์ เรืองผกา ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล โดยคุณสมบัติของผู้สมัครต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการฝ่ายไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีประสบการณ์ในงานที่สมัครอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป
โดยทั้ง 5 หน่วยธุรกิจย่อยนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการบริหาร (Business Unit Executive Board) ขึ้นมาดูแลโดยตรง พร้อมจะมีการจัดตั้งหน่วยงานด้านการประสานงานระหว่างหน่วยธุรกิจหลัก และ หน่วยธุรกิจย่อย หรือที่เรียกว่า Corporate Development and Support เพื่อดูแลและประสานงานด้านต่างๆ อีกด้วย