บัตรโดยสารแบบอิเล็คทรอนิคส์ (Electronic Ticketing / E-Ticketing)

ธุรกิจการบินพาณิชย์นับเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้ส่งผลให้สายการบินต่างๆ ต้องดำเนินการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงปรับปรุงการบริการตนเอง เพื่อพยุงให้ธุรกิจอยู่รอด และสามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นๆ ได้โดยเฉพาะการพัฒนาและนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

บัตรโดยสารแบบอิเล็คทรอนิคส์ หรือ E-Ticketing เป็นวิวัฒนาการใหม่ในรูปแบบของการเดินทาง ที่สายการบินชั้นนำทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อยกระดับการบริการของตนเองให้ทัดเทียมกับคู่แข่งขัน นอกจากเป็นการสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารแล้ว สายการบินเองยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก

บัตรโดยสารแบบอิเล็คทรอนิคส์ หรือ E-Ticketing ลักษณะพิเศษสุดของ E-Ticketing คือ การเดินทางโดยไม่ต้องถือบัตรโดยสาร เพราะ E-Ticketing มีลักษณะและรูปแบบเหมือนกับบัตรโดยสารกระดาษทุกประการ หากแต่สายการบิน หรือตัวแทนจำหน่าย (Travel Agent) ไม่ต้องออกบัตรโดยสารกระดาษให้กับผู้โดยสาร เนื่องจากข้อมูลของบัตรโดยสารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-สกุล เที่ยวบินไป-กลับ ระดับชั้นที่นั่ง ฯลฯ หรือข้อมูลของสายการบิน เช่น ราคาบัตรโดยสาร จะถูกบันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ซึ่ง E-Ticketing สามารถใช้ได้กับบัตรโดยสารทุกประเภททั้ง ราคาเต็มและราคาพิเศษ การทำงานของ E-Ticketing ผู้โดยสารยังคงสามารถสำรองที่นั่ง โดยผ่านสำนักงานขายของสายการบิน หรือตัวแทนจำหน่าย (Travel Agent) ได้เช่นเดิม หรือสำรองที่นั่งด้วยตนเอง โดยผ่านระบบ Internet ซึ่งหลายสายการบินได้เริ่มนำมาใช้แล้ว เมื่อผู้โดยสารทำการสำรองที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระบวนการออกบัตรโดยสารแบบอิเล็คทรอนิคส์ก็เริ่มขึ้น โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งผ่านระบบบัญชี เมื่อผู้โดยสารทำการเช็คอิน ข้อมูลก็จะถูกส่งผ่านเข้าระบบบัญชีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งข้อมูลของผู้โดยสารที่เดินทางแล้วจะถูกเก็บไว้ในระบบที่ส่วนกลาง

ทำไมสายการบินจึงเริ่มใช้ E-Ticketing

การบริการเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจด้านการพาณิชย์ ความพึงพอใจสูงสุดของผู้โดยสาร จึงเป็นสิ่งที่สายการบินต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก การนำ E-Ticketing มาใช้ ทำให้ผู้โดยสารได้รับประโยชน์มากมาย เริ่มตั้งแต่ความสะดวกสบาย รวดเร็วและคล่องตัว ในการจองบัตรโดยสาร เพราะเพียงโทรศัพท์ไปสำรองที่นั่ง กับสายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปออกและรับบัตรโดยสารเอง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน (Reroute) ก็ทำได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะข้อมูลของผู้โดยสาร ได้ถูกบันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ซึ่งสามารถครอบคลุมได้ทุกสถานีทั่วโลก นอกจากนี้การจ่ายค่าบัตรโดยสาร และการขอคืนเงินเมื่อไม่ใช้บัตรโดยสาร (Refund) เป็นไปอย่างสะดวกเช่นกัน เพราะผู้โดยสารสามารถจ่ายเงิน และรับเงินคืนโดยผ่านเครดิตการ์ด สิ่งที่ผู้โดยสาร ได้รับความสะดวกสบายมากอีกประการหนึ่ง คือ การเดินทางโดยไม่ต้องถือบัตรโดยสาร ทำให้ไม่เกิดปัญหาการลืมบัตรโดยสาร หรือบัตรโดยสารสูญหาย ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถทำการเช็คอิน ( Check-in) ด้วยการใช้เอกสารประจำตัว แสดงเป็นหลักฐานให้กับสายการบิน ได้แก่ พาสปอร์ต (Passport) บัตรประจำตัวประชาชน ( ID Card ) เป็นต้น นอกจาก E-Ticketing จะยกระดับมาตรฐานการบริการ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้สายการบิน เพื่อทำให้สายการบินสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ไว้ให้ได้มากที่สุดแล้ว

การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ จากการนำ E-Ticketing มาใช้ ก็เป็นสิ่งดึงดูดใจให้สายการบินพยายามพัฒนาตนเอง เพื่อนำระบบดังกล่าวมาให้บริการ เพราะนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายจากการสั่งพิมพ์ และเก็บรักษาบัตร โดยสาร รวมทั้งค่าใช้จ่ายในเรื่องบัตรโดยสารสูญหายแล้ว ยังสามารถลดงานด้านเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน Prepaid Ticket Advice การออกบัตรโดยสารทดแทน การจัดเก็บเอกสารและการบันทึกรายงานการขาย ช่วยให้ระบบบัญชี และรายงานการขายรวดเร็ว แม่นยำขึ้น สามารถนำแรงงานทรัพยากรบุคคล ไปใช้ในด้านอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความรวดเร็วในการเช็คอิน ( Check-in) ลดปัญหาการดึงคูปองผิด อีกทั้งยังเป็นการป้องกันบัตรโดยสารปลอม และถูกขโมย ซึ่งเป็นปัญหาที่สายการบินพบอยู่เสมอ E-Ticketing ยังมีระบบ Audit Trial ที่สามารถตรวจเช็คข้อมูลย้อนหลังได้อีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบันสายการบินชั้นนำของโลก ได้เริ่มนำ E-Ticketing มาใช้ในเส้นทางบินต่างๆ อาทิ

- United Airlinesเริ่มใช้ในเส้นทางบิน ไปยังประเทศแถบยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์
- Northwestเริ่มใช้ในเส้นทางบินไปยังประเทศแถบเอเชีย
- Continentalเริ่มใช้ในเส้นทางที่บินไปประเทศแถบละตินอเมริกา และยุโรป
- Cathay Pacificเริ่มใช้ในเส้นทางบินไปยังออสเตรเลีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และแมนเชสเตอร์ และมีเป้าหมายไปยังสนามบินลอนดอน ฮีธโทรว์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ไต้หวัน และญี่ปุ่น
- British Airwaysเริ่มใช้ในเส้นทางบิน จาก 10 ท่าอากาศยานในสหรัฐอเมริกา มายังสนามบินลอนดอน แกทวิค
- US Airwaysเริ่มใช้ในเส้นทางบินไปยัง สหรัฐอเมริกา แคนาดา ซานฮวน เซนต์ โธมัส เซนต์ ครัวซ์ และเส้นทางบินแถบยุโรป รวมถึง อัมสเตอร์ดัม แฟรงค์เฟิร์ต ลอนดอน มาดริด และมิวนิค
- American และ Unitedใช้ E-Ticketing ทั่วสหรัฐอเมริกา

 

Back to Index