a-cockpit3.jpg (20686 bytes)     เครื่องบินในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้บนเครื่องบินก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่มีการพัฒนาให้ทันสมัยขึ้น จากอุปกรณ์ประเภทหลอดสูญญากาศ สายไฟใช้แบบเส้นใหญ่ การรับส่งสัญญาณเป็นระบบอานาล็อก (Analog Technique) วงจรต่างๆ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้อย่างสมบุกสมบัน มาเป็นอุปกรณ์ที่วงจรมีกำลังต่ำ การรับส่งสัญญาณ เป็นระบบดิจิตอล (Digital Technique) และมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น

     อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีผลต่อการควบคุมระบบการบินจริงหรือ ในความเป็นจริง การรบกวนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่อระบบการบิน เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ คือประมาณ ปี ค.ศ.1984 หรือ 15 ปีที่ผ่านมานี้เอง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน อาทิ เครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่นวิทยุ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ (Cellular Phone ) ฯลฯ เป็นอุปกรณ์ประเภทที่สามารถส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electronic Magnetic Interfere) มารบกวนการทำงาน ของการส่งสัญญาณต่างๆในระบบการบิน ทำให้สัญญาณทั้งหลายผิดปกติ อันได้แก่
     1. วิทยุการสื่อสาร (Communications Radio) การติดต่อระหว่างเครื่องบินและภาคพื้นดิน อาทิ การติดต่อระหว่างนักบิน และหอบังคับการบิน เป็นต้น
     2. วิทยุนำร่อง (Navigation System) การติดต่อกับอุปกรณ์ หรือเครื่องช่วยเดินอากาศ เช่น ILS VOR ฯลฯ
     3. ระบบบนเครื่องบิน (Aircraft System) ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบไฮโดรลิก ระบบการบังคับเครื่องบิน (Flight Control) เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากเครื่องบินใช้ระบบสัญญาณเป็นแบบดิจิตอล (Digital Technigue) ซึ่งใช้ตัวเลขแทนคำสั่ง เช่น 0 คือ คำสั่งปิด และ 1 คือ คำสั่งเปิด หากสัญญาณถูกรบกวน อาจทำให้คำสั่งจากเปิดกลายเป็นคำสั่งให้ปิดได้ เป็นต้น หากเป็นเช่นนี้…อะไรจะเกิดขึ้น ???

โทรศัพท์มือถือมาอันดับหนึ่ง

     ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการเก็บสถิติผลกระทบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีต่อระบบการบิน โดยระบบ Aviation Safety Reporting System ซึ่งปรากฏว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992-1998 มีเครื่องบินที่พบความผิดปกติของระบบการบิน และสามารถพิสูจน์ได้ว่า เกิดจากการถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ส่งออกจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถึง 40 กรณี โดยโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ ที่ทำให้เกิดการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากที่สุดถึง 17 กรณี หรือ เกือบ 50% ทีเดียว นอกนั้นเกิดจากอุปกรณ์อื่นๆ รองลงมา คือ เครื่องเล่นซีดี คอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว (Lap Top) วิดีโอเกมส์ เครื่องเล่นเทป (Tape Machine) เครื่องรับส่งวิทยุ/โทรทัศน์ เป็นต้น

พิสูจน์ได้อย่างไรว่าคลื่นรบกวนเกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

     ครั้งหนึ่งเครื่องบิน MD-11 ซึ่งบินอยู่ในระดับเพดานปกติ โดยใช้ระบบนักบินกล (Auto Pilot) ทำการบิน โดยมีกัปตัน และนักบินที่ 2 นั่งประจำที่ ในขณะที่เครื่องบิน MD-11 กำลังบินไปตามเส้นทางบินตามปกติ เครื่องบินเกิดเบนออกนอกเส้นทาง โดยเบนทิศไปทางซ้าย และลดระดับการบินลงไปเรื่อยๆ กัปตันทราบถึงความผิดปกติ จึงเปลี่ยนมาบังคับด้วยตนเอง และนำเครื่องบินกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติ กัปตันจึงใช้นักบินกลทำการบินอีกครั้ง แต่แล้วเครื่องกลับเบนไปทางซ้าย และลดระดับลงอีกครั้ง นักบินทั้ง 2 เช็คระบบของเครื่องบิน แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงให้พนักงานต้อนรับฯ ตรวจดูผู้โดยสาร ว่ามีท่านใดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่… พบผู้โดยสารชั้นหนึ่งกำลังฟังเครื่องเล่นซีดีส่วนตัวอยู่ จึงขอร้องให้ปิดเครื่อง กัปตันจึงพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยขอให้ผู้โดยสารเปิดเครื่องเล่นซีดีอีกครั้งหนึ่ง… ผลก็คือเครื่องบินมีอาการผิดปกติ โดยบินผิดเส้นทางอีกครั้ง นั่นหมายความว่า ความผิดปกติดังกล่าวเกิดจากเครื่องเล่นซีดีแน่นอน!!!

     ในหลายประเทศรวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา การพิสูจน์ดังกล่าวก็ทำในลักษณะเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการพิสูจน์โดยการจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ทดลองทำในขณะเครื่องจอด คือ ใช้เครื่องบินลำเดียวกัน ผู้โดยสารนั่งที่เดียวกัน และใช้อุปกรณ์ฯ เดียวกัน แต่ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจากสิ่งแวดล้อมมีความแตกต่างกันนั่นเอง

ขั้นตอนในการทำการบิน จะแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน คือ

a-takeoff.jpg (13747 bytes)

1. Take Off ขณะที่เครื่องบินกำลังวิ่งขึ้น
2. Climb ขณะที่เครื่องบินกำลังบินไต่ระดับ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
3. Cruise เครื่องบินบินได้ระดับเพดานบิน
4. Descent เครื่องบินลดระดับเพดานบิน
5. Approach เครื่องบินกำลังลดระดับลงสู่สนามบิน
6. Landing เครื่องบินทำการร่อนลงสู่สนามบิน

     เนื่องจากการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ชนิดใดของเครื่องบินก็ได้ เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าจะมีการกระจายคลื่นออกไป โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือนั้น มีการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแน่นอน เพราะมิฉะนั้นแล้วก็ไม่สามารถทำการติดต่อสื่อสารได้ ทุกสายการบินจึงมีมาตรการที่เข้มงวดในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่เครื่องบินทำการบิน

     สำหรับการบินไทยนั้น ได้มีมาตรการในเรื่องการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนเครื่องบิน มาตั้งแต่ปี 1989 โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
          1. อุปกรณ์ที่ห้ามใช้ตลอดเที่ยวบิน ได้แก่ เครื่องเล่นวิทยุ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องสแกนเนอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกชนิด อุปกรณ์ส่งสัญญาณทุกชนิด รวมทั้งของเล่นที่ใช้วิทยุบังคับ วิทยุสื่อสารแบบพกพา และเครื่องเล่นซีดีทุกชนิด
          2. อุปกรณ์ที่อนุญาตให้ใช้ได้หลังจากเครื่องบินวิ่งขึ้นแล้ว 15 นาที และต้องงดใช้เมื่อสัญญาณไฟแจ้งรัดเข็มขัดปรากฎ ขณะเครื่องบินทำการลดระดับก่อนลง ได้แก่ เครื่องคิดเลขไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าที่ไม่ต่อกับเครื่องพิมพ์ เครื่องเล่นวิดีโอชนิดพกพา
          3. อุปกรณ์ที่ให้ใช้ได้ตลอดเที่ยวบิน ได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าระบบกระเป๋าหิ้ว เกมส์กด เครื่องบันทึกเทป เครื่องบันทึกเสียง เครื่องช่วยฟัง เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า เครื่องช่วยกระตุ้นหัวใจ

      อย่างไรก็ตามหากพบว่าอุปกรณ์ใดๆ ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบการบิน กัปตันมีสิทธิที่จะขอให้เลิกใช้ อุปกรณ์ดังกล่าวได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมาตรการต่างๆ ยังไม่มีกฎหมายรับรอง ดังนั้นความร่วมมือของผู้โดยสาร ในการปฎิบัติตามคำแนะนำ ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
     ทั้งนี้ ปัจจุบันการบินไทย ได้พัฒนาระบบการสื่อสารบนเครื่องบิน โดยทำการติดตั้งโทรศัพท์ไร้สาย เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสาร ซึ่งโทรศัพท์ไร้สายบนเครื่องบินของการบินไทย ได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินแล้วว่า ไม่มีผลกระทบต่อระบบการบินแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสบาย และปลอดภัยของผู้โดยสารที่ใช้บริการของการบินไทย อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 1999 เป็นต้นมา ประเทศเยอรมันได้ประกาศ ใช้กฎหมาย ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน ของประเทศเยอรมันแล้ว ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี

Back to Index